|
เรื่องย่อ
ศตวรรตที่ 16 เป็นยุคแห่งความสับสนวุ่นวายในประเทศญี่ปุ่น
มีการทำสงครามชิงอำนาจในหมู่ชนชั้นศักดินาอย่างต่อเนื่อง
ยูขิ มิตซึฮารุ แม่ทัพแห่งฟูจิคาเงะ ในจังหวัดเดวะทางภาคเหนือของญี่ปุ่นถูกสังหารโดยลูกน้องผู้ทรยศ
ชูเซง ซาคางามิ จูทาโร บุตรชายของมิตซึฮารุหลบหนีไปพร้อมกับสมุนผู้จงรักภักดี
สองสามปีต่อมา จูทาโรหวนกลับมายังปราสาทฟูชิคาเงะเพื่อล้างแค้นให้การตายของบิดา
แต่เขาก็ถูกโฮตารุบิ น้องสาวของชูเซงจับได้ แต่นินจาคาเงมารุช่วยเขาไว้
ในเวลาเดียวกันก็เกิดข้าวยากหมากแพง การเก็บเกี่ยวข้าวไม่ได้ผล
แต่เก็บภาษีแพง ๆ เอากับพวกชาวนา ยังผลให้เกิดการปฏิวัติ
คาเงมารุวางแผนที่จะทำลายล้างศัตรูของพวกชาวนาโดยการบุกเข้าโจมตีปราสาทฟูชิคาเงะ
ตอนแรกมีพวกโจรใฝ่สูงมาช่วย ต่อมาก็มีพวกชาวนาที่มาบุกเผาปราสาทมาสมทบ
จูทาโรเกือบจะจับตัวชูเซงได้ แต่ก็ถูกโฮตารุบิมาขวางไว้อีก
หลังจากที่สองพี่น้องถูกขับออกจากปราสาท ก็ได้เข้าไปสวามิภักดิ์อะเคจิ
มิตซึฮิเดะ สมุนของโอดะ โนบุนางะ แม่ทัพแห่งโอวาริในภาคกลางของญี่ปุ่น
เมื่อจูทาโรทราบข่าวจึงมุ่งหน้าไปโอวาริเพื่อสังหารทั้งคู่
ในปีเดียวกันนั้นเอง โอดะ โนบุนางะ ก็เริ่มบุกจังหวัดใกล้เคียงเพื่อจะได้ครอบครองญี่ปุ่นทั้งหมด
แต่อุปสรรคที่คอยขัดขวางทัพของโอดะก็คือ
คาเงมารุ
กลุ่มของนินจาที่มีชื่อว่า คาเงะ คอยช่วยเหลือคาเงมารุในหลาย
ๆ ทาง ด้วยความพยายามของผู้คนในยุคนั้น ญี่ปุ่นค่อยๆ
ข้ามพ้นยุคกลางมาได้
หมายเหตุ
ผู้กำกับโอชิมะ นางิซะ กล่าวไว้ในคำนำของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความคิดเกี่ยวกับการผจญภัยที่สามารถบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มได้ทั้งสิ้น
Einsenshtein เคยวาดแผนที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "The
Capital" ผมมิได้ต้องการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้กำกับผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้น
หรือมิต้องการวัดรอยเท้ากับท่าน แต่อะไรก็ได้ที่สามารถบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มหมายถึงสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งในการถ่ายทำ
หนังสือการ์ตูนขายดีเรื่อง "Ninja Bugeicho"
ของชิราโตะ ซัมเป ที่เขียนออกมาทั้งหมด 16 เล่ม เป็นหนังสือที่คนทำหนังหลายคนจับตามอง
แต่ท้ายที่สุดแล้วผู้อำนวยการสร้างก็ต้องละทิ้งความคิดที่จะหยิบงานใหญ่ชิ้นนี้ขึ้นมาทำหนังเพราะมีเรื่องที่ยากเย็นหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นฉากใหญ่มโหฬารบางฉาก หรือการเคลื่อนไหวของนินจา
และสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้
ล้วนเป็นเรื่องยากที่จะทำขึ้นมาด้วยการใช้เทคนิคถ่ายภาพ
นับเป็นเกียรติสำหรับผมที่สามารถนำเรื่อง "Ninja
Bugeicho" มาสร้างเป็นภาพยนตร์ได้ เมื่อผมได้ทดลองทำภาพยนตร์เรื่อง
"Diary of Yunbogi" ในปี 1966 ผมได้พบวิธีที่จะทำหนังจากฝีมือการวาดภาพของชิราโตะ
ซัมเป โดยการปะติดปะต่อรูปหลาย ๆ รูป มันมิได้เป็นการยากสำหรับผมในอันที่จะสร้างเทคนิคดังกล่าวขึ้นมา
ทำให้ผมรู้สึกยินดีที่ผมสามารถทำให้เทคนิคที่ว่าเป็นความจริงขึ้นมาซึ่งคนที่ชอบการทดลองเท่านั้นจึงจะถูกใจ
ต้องเข้าใจว่าการผสมผสานกันระหว่างจิตวิญญาณของการผจญภัยกับความต้องการที่จะทดลองเป็นเรื่องสำคัญ
หนังสมัยนี้เต็มไปด้วยข้อกำหนดมากมาย โดยผู้อำนวยการสร้างบ้าง
โดยนักวิจารณ์บ้าง โดยคนดูบ้าง โดยกลุ่มนักวิชาการบ้าง
โดยนักอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้าง กรอบที่กำหนดโดยสื่อมวลชนบ้าง
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกรอบที่จำกัดอย่างเข้มงวดกวดขัน
เราจึงต้องแหกกฎเหล่านั้นออกมาแล้วโยนมันทิ้งไปเสีย
จึงจำเป็นที่จะต้องการคนทำหนังที่มีทั้งจิตวิญญาณของการผจญภัยและความต้องการที่จะทดลอง
โครงเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง "Ninja Bugeicho"
เป็นเรื่องของการปฏิวัติ อะไรคือจิตวิญญาณของการปฏิวัติเล่า
มนุษย์หลั่งเลือดพลีชีพเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีขึ้นในชีวิตอย่างไร
ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงเพราะการสละเลือดพลีชีวิตอย่างไร
สังคมญี่ปุ่นหลังปี 1955 ลืมไปแล้วว่าประวัติศาสตร์ยังคงเคลื่อนไป
เรื่องของการปฏิวัติไม่น่าจะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนทำหนังในญี่ปุ่นอีกแล้ว
แต่การเปลี่ยนแปลงของสังคมเมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นบทพิสูจน์ว่าเราควรจะทำอะไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงบังเกิดผล
เพื่อประโยชน์ของมหาชน เราควรจะพลีเลือดเนื้อของเราอย่างไร
คำตอบอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง "Ninja Bugeicho"
ภาพยนตร์สำหรับคนที่มีเลือดเดือดพล่านในหัวใจควรจะได้ดู
|